เอชพี ดอดเจรจาโอเปอเรเตอร์จีน หวังดันยอด เน็ตบุ๊ก
Wednesday, June 24th, 2009ฮิวเล็ตต์-แพคการ์ด (Hewlett-Packard) หรือเอชพี ยอมรับว่ากำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับ 3 โอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่สัญชาติจีน เพื่อร่วมมือกันทำตลาดคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊กแบรนด์เอชพีในประเทศจีนอย่างเต็มรูปแบบ
เน็ตบุ๊กคือคอมพิวเตอร์พกพารุ่นเล็กที่มีขนาดเล็กกว่า ประสิทธิภาพต่ำกว่า ราคาถูกกว่า และกินไฟน้อยกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กปกติ รายงานระบุว่า 3 โอเปอเรเตอร์ที่เอชพีกำลังเปิดฉากเจรจาคือไชน่าโมบายล์ ไชน่ายูนิคม (ฮ่องกง) และไชน่าเทเลคอม จุดประสงค์คือเพื่อเจรจาหาโปรโมชันบริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ความเร็วสูงหรือโมบายบรอดแบนด์สำหรับผู้ใช้เน็ตบุ๊ก ซึ่งประชาสัมพันธ์เอชพีเชื่อว่าจะช่วยขยายช่องทางการจำหน่ายเน็ตบุ๊กเอชพีในประเทศจีนได้
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเอชพี เป็นไปตามสิ่งที่คู่แข่งในตลาดพีซีอย่างเดลล์ (Dell) และรายอื่นดำเนินการร่วมกับโอเปอเรเตอร์ในยุโรปและนานาภูมิภาค โดยเอชพีให้ข้อมูลการเจรจาครั้งนี้ในงานเปิดตัว HP Mini 110 เน็ตบุ๊กน้ำหนัก 2.5 ปอนด์ราคา 299 เหรียญสหรัฐ ที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ซี ฉิน เต็ก รองประธานอาวุโสกลุ่มธุรกิจระบบข้อมูลส่วนบุคคล ของเอชพีเอเชียแปซิฟิก ให้ความเห็นว่า ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความท้าทายตลอดเวลา ยอดขายคอมพิวเตอร์ของเอชพีในประเทศจีนกลับเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยตัวเลขจากไอดีซี พบว่าส่วนแบ่งตลาดเอชพีในจีนนั้นเพิ่มขึ้นจาก 10.9% เป็น 13.7% ในช่วงไตรมาสที่สองของงบการเงินเอชพี (สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2552)
ที่สำคัญ ยอดขายของเอชพีสามารถทำตัวเลขเติบโตเหนือกว่าแบรนด์สัญชาติจีนบางแบรนด์ได้สำเร็จ ทำให้เอชพีกลายเป็นผู้ค้าคอมพิวเตอร์รายใหญ่อันดับสองของจีนตามหลังเลอโนโว (Lenovo) รายเดียว
ผู้บริหารเอชพีเชื่อว่ายอดจำหน่ายคอมพิวเตอร์ในจีนจะมีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศรวมกัน โดยในเขตพื้นที่ห่างไกลของจีนเชื่อว่าตลาดจะเติบโตต่อเนื่องไปอีก 3 ปี จุดนี้เอชพีระบุว่าได้ปรับตัวเพื่อรองรับการขยายตัวที่เกิดขึ้น หนึ่งในนั้นคือการเพิ่มจำนวนศูนย์บริการซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 425 แห่งในประเทศจีน เพิ่มขึ้นจาก 325 แห่งในปลายปี 2008
แม้จะเชื่อว่าเอชพีจะมียอดจำหน่ายเติบโตต่อเนื่องในอนาคต แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจฝืดเคืองทั่วโลกทำให้ซีอีโอเอชพี “มาร์ก เฮิร์ด” คาดการณ์ว่ารายรับของเอชพีในปีนี้จะลดลงราว 4-5% ต่อเนื่องจากไตรมาสล่าสุดที่เอชพีประกาศตัวเลขกำไรลดลง 17% บนรายรับรวม 2.74 หมื่นล้านเหรียญ เฉพาะแผนกคอมพิวเตอร์พีซี เอชพีให้ข้อมูลว่าทำรายได้ลดลง 19%