G-net ลั่นขึ้นแท่นเบอร์ 2 แซงซัมซุง
G-net หวังแซงซัมซุง ตั้งเป้าขึ้นแท่นเบอร์ 2 มือถือไทย ด้วยยอดขายกว่า 2 ล้านเครื่องทำรายได้ 4,000 ล้านบาท หลังปีที่ผ่านมาปั่นยอดทะลุ 1 ล้านเครื่องยอดขาย 2,000 ล้านบาท ช่วงเทศกาลสงกรานต์เตรียมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนที่ 2 ไม่ระบุผู้หญิง-ผู้ชาย เจาะกลุ่มชาวสีม่วง พร้อมทุ่มงบ 300 ล้านบาทเปิดศูนย์บริการ 24 ชม. 20 แห่งทั่วประเทศ
นายฑัศ เชาวนเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท ไวเลส แอ็ดวานซ์ ซิสเต็ม จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2552 นี้ G-net ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งการตลาดขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อน เป็นอันดับ 2 ในตลาดด้วยมาร์เกตแชร์ 20% แซงหน้าซัมซุงซึ่งเป็นอันดับ 2 ในปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้G-net ตั้งเป้ายอดขายทั้งปีกว่า 2 ล้านเครื่อง ทำรายได้ 4,000 ล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมามียอดขายทะลุ 1 ล้านเครื่อง ด้วยรายได้ 2,000 ล้านบาท มีมาร์เกตแชร์ 12-13 %
“ G-NET ทำยอดขายเฉลี่ยเดือนละ 2 แสนเครื่อง เฉลี่ยวันละ 10,000 เครื่อง โดยในเดือนก.พ. 52 ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีสำหรับการทำการตลาดให้ตรงเป้า “นายฑัศกล่าว
สำหรับแผนการตลาดในปีนี้ บริษัทแม่ให้งบประมาณ300 ล้านบาท สำหรับการเปิดศูนย์บริการ G-net First Class Service 24 hours ใน 20 แห่งทั่วประเทศ โดยสาขาแรก จะเปิดที่ย่านรัชดาภิเษกในเดือนมี.ค. ลูกค้าสามารถส่งซ่อมและรับเครื่องได้ทันทีเพราะให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย
พรีเซ็นเตอร์คนแรกที่เปิดตัวคือ นายเทียรี่ เมฆวัฒนา ก็จะยังคงเป็นตัวแทนกลุ่มลูกค้ารากหญ้า ในต่างจังหวัดต่อไป เนื่องจากเป็นที่รู้จักเผยหลายในต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ คนที่ 2 ในช่วงสงกรานต์เจาะกลุ่มชาวสีม่วงโดยเฉพาะ เพราะผลการวิจัยพบว่ากลุ่มคนดังกล่าวมีจำนวนมาก เป็นกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้หญิงและผู้ชาย มีอารมณ์เลือกสินค้าที่มีสีสัน G-net จะนำเข้าโทรศัพท์เฉพาะกลุ่ม พร้อมเปิดตัวรุ่นใหม่อีก 50 รุ่นราคาเริ่มต้น ตั้งแต่ 900 -8,000 บาท ในปีนี้จะใช้งบการตลาดราว 10 % ของยอดขาย
“ G-net จะทำตลาดที่แบรนด์หลัก อย่างโนเกีย ซัมซุง โซนี่ฯ แอลจี มองข้าม ซึ่งทำให้เราประสบผลสำเร็จในการทำการตลาดเจาะ 2 ซิม และทีวีโมบาย “นายฑัศกล่าว
นายฑัศกล่าวต่อว่า ได้แต่ตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่ม ได้ บริษัท ทีจี เซลลูล่าร์เวิลด์ จำกัด หรือ TG Fone เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจากเดิมที่มีบริษัท อินเตอร์ แนชั่นเนิล เอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC ตัวแทนจำหน่ายทั้ง 2 จะเน้นจำหน่ายเครื่อง G-net เป็นหลัก
ทั้งนี้ การพิจารณาการนำเข้าเครื่องของ G-net จะสอดคล้องกับเทคโนโลยีในประเทศไทยเป็นหลัก ซึ่งจะยังไม่นำเข้าโทรศัพท์ 3 จี จนกว่าจะมีการลงทุนในเทคโนโลยี และสามารถใช้งานได้จริง เพราะมองว่าการนำเข้าเครื่องที่ไม่สามารถใช้งานได้ไม่เกิดประโยชน์ ประกอบกับยังเป็นห่วงว่าประเทศไทยจะสามารถลงทุน 3 จีล่าช้า และจะสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่