Archive for the ‘ข่าวบันเทิง’ Category

เนย ซินญอริต้า หูไม่ตรงกับตา

Saturday, December 13th, 2008

เนย ซินญอริต้า



          ได้กลับมาตามคำเรียกร้องของแฟนเพลงกันอีกครั้ง สำหรับสาวน้อยเสียงใส มีเสน่ห์ “Noey Sinorita” (เนย ซินญอริต้า) กับงานเพลงเดี่ยวอัลบั้มแรก ซึ่งมีเพลงเปิดตัวเพลงแรกคือเพลง “หูไม่ตรงกับตา”  เพลงช้า ความหมายตรงไปตรงมา ในสไตล์ “Varity pop” (วาไรตี้ ป็อป) ที่มีกลิ่นอายแบบไทยๆ มาเอาใจคอเพลงซึ้ง ปนเศร้าเคล้าน้ำตา แต่จะซึ้งและเศร้าขนาดไหน ไปฟังจากปากเจ้าตัวกันดีกว่า

          “สำหรับอัลบั้ม “Noey Sinorita” (เนย ซินญอริต้า) ก็เป็นงานเพลงเดี่ยวชุดแรกของ “เนย” เลยค่ะ แนวเพลงจะเป็นสไตล์ “Variety pop” (วาไรตี้ ป็อป) ที่มีกลิ่นอายแบบไทยๆ สามารถเข้าถึงคนฟังได้ง่าย ในส่วนของชื่ออัลบั้ม จะสังเกตได้เลยว่าเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อของ “เนย” ซึ่ง “เนย” อยากให้ทุกคนได้รู้จั “เนย” ให้มากกว่านี้ และที่สำคัญอัลบั้มชุดนี้ จะเป็นอัลบั้มที่เป็นตัวตนของ “เนย” จริงๆ

          เชื่อว่าถ้าเพื่อนๆ ได้ฟังเพลงในอัลบั้มชุดนี้ครบทุกเพลงแล้ว จะต้องรู้จักตัว “เนย” ขึ้นอีกเยอะแน่ๆ (ยิ้ม) เพราะงานเพลงชุดนี้จะมีหลากหลายความรู้สึก ไม่ว่าจะเศร้าซึ้งหรือไม่ว่าจะเฮฮา เรียกได้ว่ามีครบทุกรสชาติกันเลย

          ในส่วนของเนื้อหาเพลงก็จะกว้างมากขึ้น อย่างเพลงเปิดตัวเพลงแรก “หูไม่ตรงกับตา” ซึ่งเป็นเพลงช้าที่มีเนื้อร้องและดนตรีที่ลงตัว ให้ความรู้สึกหวาน เศร้าเคล้ากันไป เป็นเรื่องราวของความรักอกหัก ที่เนื้อหาพูดถึงผู้หญิงที่เห็นคนรักไปกับคนอื่น แต่ไม่เชื่อในสายตาตัวเอง ส่วนเรื่องราวตอนจบจะเป็นอย่างไรนั้น อยากให้เพื่อนๆ ลองฟังกันดู รับรองว่าจะต้องโดนใจเพื่อนๆ แน่นอนค่ะ อย่างไร ก็ขอฝากงานเพลงเดี่ยวอัลบั้มแรก “Noey Sinorita” (เนย ซินญอริต้า) ไว้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”

          ติดตามผลงานเพลงอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรก “Noey Senorita” (เนย ซินญอริต้า) ได้ในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ ทั่วประเทศ และสามารถติดตามชมมิวสิกวีดีโอเพลง “หูไม่ตรงกับตา” ได้ในทางรายการโทรทัศน์ในเครืออาร์เอสฯ และเคเบิ้ลทีวีทุกช่อง

dance all night อัลบั้ม SILK

Saturday, December 13th, 2008

SILK ซิลล์



5 สาวแกรมมี่ เข้าตาโปรดิวซ์ ชาวสวิสฯ บินตรงไทย บ่ม 3 ปีเต็ม ผุดอัลบั้ม SILK

          “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” ไฟเขียว ให้ค่าย LIVIN’G ร่วมงานกับค่ายเพลงดัง จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ผุด PROJECT “S I L K” ส่ง 5 สาว กบ เสาวนิตย์, ปนัดดา, มด ทรีจี, ซิต้า และแก้ว ซ่าซ่า โกอินเตอร์ มีผลงานโชว์ในทวีปยุโรปเป็นครั้งแรก

          “อัลบั้ม “Silk” (ซิลล์) เป็นโปรเจคที่เกิดจาก มิสเตอร์เรนโซ่ จากค่ายแกทเกทเร็คคอร์ด โปรดิวเซอร์ชาวสวิสเซอร์แลนด์ ได้ประสานมากับทาง จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ว่าอยากได้นักร้องไปร่วมงานโปรเจคพิเศษที่จะเกิดขึ้น ซึ่งแกรมมี่ เองก็ได้ส่งตัวอย่างเพลงของนักร้องไปหลายคนเช่นกัน

          ผลก็ปรากฎว่า 5 สาวที่โปรดิวเซอร์ได้เลือกก็คือ กบ เสาวนิตย์ ,ปนัดดา ,มด ทรีจี ,ซิต้า และ แก้ว ซาซ่า ด้วยเหตุผลที่ทั้ง 5 คน มีทักษะการร้อง เนื้อเสียง สำเนียง และบุคลิกที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด อัลบั้ม “Silk” (ซิลล์) จึงได้เริ่มต้นจากจุดนี้ ซึ่งโปรเจคนี้ใช้เวลาทำร่วม 3 ปี ตั้งแต่ ปี 2549 และได้มีการวางจำหน่ายทั่วทวีปยุโรปไปเมื่อต้นปี 2551 ที่ผ่านมา

          ซึ่งสื่อมวลชนและแฟนเพลงที่สวิสเซอร์แลนด์เอง ก็ได้ให้ความสนใจเป็นอย่างดีกับผลงานในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งสำหรับก้าวแรกของ 5 นักร้องคนไทยในทวีปยุโรป บวกกับจำนวนของยอดจำหน่ายที่น่าพอใจ ซึ่งงานนี้โปรดิวเซอร์ชื่อดัง เรนโซ่ ได้ดึงเอา เชษฐา ยารสเอก มาร่วมแต่งเพลงไทย 2 เพลง ในอัลบั้มนิ้ด้ว

          ส่วนเพลงสากลก็ได้ถูกแต่งใหม่เพื่องานนี้อีก 10 เพลง แนวดนตรีเป็นแบบ Euro pop การผสมผสานเสียงดนตรีของโลกตะวันออก ที่มีทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว บวกกับวีธีการร้องแบบ ฮาโมนี่ หรือการประสานเสียงของนักร้องสาวทั้ง 5

          ซึ่งตอนนี้ ทางค่าย ลีฟวิ่ง จี ได้ส่ง 2 เพลงโปรโมท กับเพลง “never tell” เวอร์ชั่นภาษาไทย ชื่อเพลง “น้ำตาไม่ช่วยอะไร” และเพลง “dance all night” เวอร์ชั่นไทยชื่อเพลง “ไม่ใช่ไม่รัก” ให้ได้ฟังกันแล้วทางวิทยุ”

ภาพเสียว แคล แบงค์

Saturday, December 13th, 2008

แคล แบงค์ พชร



          เสียว! ภาพ “แคล” นุ่งบิกินี่นัวเนีย “แบงค์-พชร” แลกลิ้นริมสระหลุดว่อนเน็ต

          แรงได้อีก สำหรับสาว “แคล-แคลอรีน นีมะโยธิน” ที่คบกับผู้ประกาศข่าวสุดหล่อ “แบงค์-พชร” ได้ไม่ไม่ถึง 2 เดือน ก็ทำเสียวด้วยการปล่อยภาพสุดสวีท ริมสระน้ำในงานไพร์เวทปาร์ตี้ พอเมาได้ที่ก็เลยปฏิบัติการกอดรัดฟัดเหวี่ยง แลกลิ้น โชว์ประชาชี ให้ช่างภาพกดชัตเตอร์อย่างไม่อาย จนภาพหลุดออกมาอย่างเห็น หลักฐานคาตาอย่างนี้รอดูกันซิว่า ทั้งคู่จะดิ้นยังไงต่อไป แต่อะไรไม่ว่าขออย่าให้มีภาพเคลื่อนไหวหลุดตามหลังมาก็แล้วกันเสียวไส้แทน

คุณ นิชคุณ หรเวชกุล

Saturday, December 13th, 2008

เคยมาเปิดตัวว่าเป็นเด็กไทยคนแรก ที่เซ็นสัญญาเข้าสังกัดอินเตอร์ของเกาหลีชื่อดังอย่าง JYP กันไปแล้ว แถมบินไปใช้ชีวิตอยู่ที่เกาหลีนานเป็นปี เข้าคอร์สเพื่อเตรียมเป็นศิลปินอย่างหนัก ทั้งเรียนภาษาเกาหลี ร้องเพลง เต้น เป็นต้น และล่าสุด คุณ-นิชคุณ หรเวชกุล ก็เผยโฉมออกอัลบั้มชุดแรก “อัลบั้ม 2008 2 PM Single อัลบั้ม [Hottest time of the day]” ในนาม วง 2 PM ร่วมก๊วนด้วยเพื่อนๆ อีก 6 คน

          ด้วยความฮอตของหนุ่มน้อยของไทยคนนี้ ทำเอาสาวๆ แดนกิมจิหลงใหลในเสน่ห์หนุ่มไทยไปเรียบร้อยแล้ว แถมแว่วๆ ว่าถูกตั้งฉายาให้ว่า “เจ้าชายน้อย แห่งเจวายพี” (PRINCE OF JYP) อีกต่างหาก แน่นอนว่า “พักไมค์” เลยรีบเกาะติดความเคลื่อนไหวชีวิตของ หนุ่มคุณ ถึงประเทศเกาหลี

มาอยู่เกาหลีซะนานเป็นอย่างไรบ้าง?

          นิชคุณ : ช่วงแรกที่คุณมาอยู่ที่นี่ ต้องใช้ความอดทนสูงมาก เพราะคนส่วนใหญ่เขาพูดภาษาเกาหลีกัน น้อยคนมากที่พูดภาษาอังกฤษ คุณเองมาจากอเมริกาจึงมีหลายอย่างที่เราปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องนัก เป็นเพราะความแตกต่างของวัฒนธรรม บางครั้งคุณก็ถูกดุ คุณพยายามอย่างมากที่จะเรียนรู้ ทั้งร้องเพลง เต้น เล่นดนตรี ภาษาเกาหลี และวิธีปฏิบัติตัวในการอยู่ร่วมกับคนที่นี่ ถึงวันนี้คุณสามารถเข้าใจภาษาเกาหลี และสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้โดยไม่มีปัญหาแล้วครับ และในวันนี้คนเกาหลีเปิดใจรับคนต่างชาติอย่างคุณ นั่นคือ ความสำเร็จที่ได้จากความอดทนและพยายามระดับหนึ่ง ที่เหลือคือความพยายามอย่างหนัก ที่จะต้องเรียนรู้และฝึกฝนตัวเองกับสิ่งที่ทำอยู่ในวันนี้ครับ

ได้ข่าวไปทัวร์กับวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอย่าง วันเดอร์ เกิร์ล (Wonder Girls) ด้วยเป็นอย่างไรบ้าง?

          นิชคุณ : ถ้าไปทัวร์ที่สิงคโปร์ 2pm เดินทางไปก่อนล่วงหน้าเพื่อซ้อมก่อน แล้ว วันเดอร์ เกิร์ล ก็ตามมาแสด เขามาคอยยืนเชียร์ ร้องเพลงตามอยู่ข้างๆ พอเขาขึ้นร้องกลุ่มของคุณก็มาเชียร์เขาอยู่ด้านข้าง คอยร้องเพลงตามเหมือนกัน ปลายปีจะโปรเจ็กต์ที่ต้องทำงานร่วมกันอีก ในงาน Con One Night Stand JYP เเละที่พิเศษสุดเลย คือ จะมีทัวร์คอนเสิร์ตถึง 7 เมืองในเกาหลี คิดว่าคงแสดงด้วยกัน และอาจจะเป็นที่เมืองไทยครับ ที่คุณคาดหวัง คือ ไปเมืองไทย เพราะคิดถึงและอยากมาแสดงให้คนไทยได้ดูมากที่สุดครับ

กระแสของแฟนคลับคนเกาหลี ที่มีให้กับ 2pm และตัวคุณเป็นอย่างไรบ้าง?

          นิชคุณ : เพลงของ 2PM ออกมาได้เพียงสามเดือน มี 3 เพลง Only you, Angel และ 10 Points Out of 10 ครับ วันนี้กลุ่มของคุณถือว่าได้รับการยอมรับจากชาวเกาหลีไม่น้อยทีเดียว เพราะแฟนๆ ทึ่งในความสามารถของพวกเรา เราตีลังกาผาดโผน คนดูรู้สึกสนุกสนานกับท่าเต้นที่เข้ากับคำร้อง เช่นพูดถึงเรื่องด้านหลังของผู้หญิง พวกเราก็จะหันหลังโชว์ก้น เป็นการแสดงที่สนุกสนาน และแตกต่างจากบอยแบนด์ที่มีอยู่ในตอนนี้ ดังนั้นจึงง่ายกับการจดจำ แฟนคลับของเรามีมากระดับหนึ่งแล้ว และมีเพิ่มขึ้นทุกวันด้วย

ณ วันนี้ให้คะแนนสำหรับการเริ่มต้นของตัวเองเท่าไหร่?

          นิชคุณ : 5-6 คะแนน จากเต็ม 10 ในการเริ่มต้นของผลงาน คุณคิดว่าถ้าเราฝันให้ไกลต้องไปให้ถึง วันนี้ถึงแม้ว่าคุณจะผ่านการทดสอบ และสามารถมีผลงานแล้วก็ตาม หากเราคิดว่าสิ่งที่เราได้มาวันนี้ คือ ความสำเร็จ เราก็จะพึงพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ นั่นหมายความว่าเราจะหยุดพัฒนาตัวเอง เพราะพอใจแล้ว แต่คุณคิดว่านี่คือการเริ่มต้นบนถนนสายนี้ของคุณ และอีกยาวไกลสำหรับคุณ ไม่ใช่แค่ความพยายาม แต่ต้องพยายามอย่างหนักที่จะฝึกฝนและเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตัวเอง คุณจะคิดแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ครับ แต่ในเรื่องของการตอบรับ ความนิยมที่ได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ คุณให้คะแนนเต็มเลยครับ ทีมเราได้รับการต้อนรับอย่างดีมากครับ

ต้นสังกัดวางแผนตัวคุณไว้อย่างไร?

          นิชคุณ : ต้นสังกัดวางแผนอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่ที่หลายเหตุผล ขึ้นอยู่กับจังหวะ เวลา ความสามารถของเรา และการถูกยอมรับในวันนี้ ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง ยังอีกยาวไกล แต่สำหรับคุณความคาดหวังในวันนี้ คือ การได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ ในการเริ่มต้นของ วง2PM ในวันนี้ครับ และวันนี้ที่เกาหลีกระแสการตอบรับถือว่าเป็นที่น่าพอใจของทุกๆ คน

ที่เมืองไทยแฟนๆ ให้การต้อนรับดีมากเรื่อยๆ มีแฟนรู้จักเยอะ?

          นิชคุณ : คุณต้องขอขอบคุณสื่อทุกสื่อที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนคุณ ชาวไทยทุกๆ คนที่ให้ความรู้สึกดีๆ กับคุณ สิ่งเหล่านี้จะอยู่ในใจของคุณ และจะเป็นพลังที่ทำให้คุณก้าวไปข้างหน้า เป็นกำลังใจในวันที่คุณเหนื่อย รู้สึกอ่อนล้า คุณสัญญาว่าจะพยายามถึงที่สุดไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนไทยที่ส่งกำลังใจมาให้ และรอคอยความสำเร็จของคุณอยู่ คุณอยากจะบอกว่าคุณรักคนไทย รักประเทศไทย สูงที่สุด คือ พระเจ้าอยู่หัวของเราครับ

เมื่อไหร่จะได้กลับมาเยี่ยมแฟนๆ ชาวไทย มาแสดงคอนเสิร์ตให้ดูบ้าง?

          นิชคุณ : เป็นคำถามที่คุณถามผู้จัดการของคุณตลอดเวลา ว่าเมื่อไหร่คุณจะได้กลับเมืองไทย เพราะคุณคิดถึงแฟนๆ ชาวไทย อยากกลับไปเยี่ยมครอบครัว อยากไปไหว้พระ อยากทำกิจกรรมดีๆ ร่วมกับแฟนคลับ ท้ายสุดอยากให้คนไทยได้เห็นผลงานของคุณ และอาจมีข่าวดี วันที่ 18-20 ธ.ค.นี้คุณอาจได้กลับบ้านครับ ชัดเจนแน่นอนคุณจะแจ้งมาอีกครั้งครับ สำหรับโปรแกรมต้นปีหน้า คุณคงมีโอกาสได้โชว์ผลงานเพลงของคุณพร้อมเพื่อนๆ วง2PM ให้คนไทยได้หายคิดถึง นี่คือสิ่งที่คุณอยากมอบให้แฟนๆ ชาวไทย

ใกล้ส่งท้ายปีเก่าคุณอยากทิ้งอะไรไปกับปีเก่า?

          นิชคุณ : ทุกๆ วันที่ผ่านมากับทุกความทรงจำ จะเหนื่อย จะสุข จะทุกข์ ผ่านวันที่เริ่มต้น วันที่ต้องพยายามทุกประสบการณ์มีความหมาย คุณไม่คิดที่จะทิ้งอะไรไปกับปีเก่ และคิดว่าอยากเก็บทุกๆ ความรู้สึก เพื่อพัฒนาตัวเองในปีใหม่และปีต่อๆ ไปครับ

สำหรับปีใหม่เตรียมของขวัญพิเศษให้คนพิเศษรึยัง?

          นิชคุณ : คนพิเศษของคุณตอนนี้ ยังไม่มีครับ คนพิเศษของคุณ คือ พ่อกับแม่ เราอยู่ไกลกัน วันนี้หรือวันปีใหม่ สิ่งที่คุณทำเป็นประจำ คือ โทรศัพท์ไปหาท่านและบอกอยู่เสมอว่ารักและคิดถึง ของขวัญที่ให้คงเป็นความตั้งใจในการทำงานของเราและไม่ทำตัวให้ท่านหนักใจหรือไม่สบายใจครับ ส่วนวันสิ้นปีผมคงจะไปร้องเพลงที่ไหนสักที่ ต้องไปแสดงตามงานต่างๆ คงเป็นปาร์ตี้เคาท์ดาวน์ปีใหม่กับแฟนเพลงครับ

          แฟนๆ ก็ต้องเอาใจช่วยหนุ่มไทยกำลังใจดีคนนี้ต่อไป เพราะเขาจะสร้างชื่อให้ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นแน่นอน…

มาริโอ้ เสียใจ โกโก้

Saturday, December 13th, 2008

มาริโอ้ เมาเร่อ



          “มาริโอ้” เสียใจ “โกโก้” ฟ้องยอมเสียภาษีเอง เมิน “กุ๊บกิ๊บ” ควงหนุ่มไม่ซีเรียส

          หลังจากถูกอดีตผู้จัดการส่วนตัว “โกโก้” ที่เคยปลุกปั้นมากับมือ ขู่ว่าจะฟ้องร้องกรณีที่พระเอกสุดฮอต “มาริโอ้ เมาเร่อ” ทำผิดสัญญา ชิ่งไปซบพี่เอผู้จัดการคนใหม่ ล่าสุดมีโอกาสเจอหนุ่มโอ้ในงาน “Turn On Your Style by Sony Walkman” ที่พารากอน เจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

          มาริโอ้ : ยังไม่คุยกันเลย รู้สึกเสียใจ ถ้าพี่เค้าจะฟ้องผมก็คงอยู่เฉยๆ แล้วแต่พี่เค้าเลยครับ ผมอยู่เฉยๆ ดีกว่า คงไม่เรียกร้องความถูกต้อง เพราะตัวโอ้ไม่รู้เรื่องกฎหมาย เรื่องหลักฐาน โอ้ไม่รู้ว่าโอ้จะกลัวอะไร เพราะโอ้ไม่ได้ทำอะไรผิด พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อครอบครัว สัญญาที่มีก็ใกล้จะหมดแล้วด้วย ถ้าทำงานแล้วไม่สบายใจ ไม่มีความสุข โอ้ก็ไม่อยาก ตอนนี้เรียกว่าทัศนคติในการทำงานไม่ตรงกัน เรื่องทำงานด้วยกันคงเป็นไปไม่ได้ แต่โอ้ก็ยังรักพี่โก้อยู่ดี แต่ทำงานด้วยกันคงไม่ได้แล้ว

กุ๊บกิ๊บกับพี่เอ ถูกพาดพิงถึงเรื่องนี้ด้วย

          มาริโอ้ : เค้าเป็นคนที่โดนไปด้วย ทั้งที่ปัญหามันเกิดขึ้นกับผมและพี่โก้ แต่นี่เค้าดึงคนรอบตัวผมมาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งผมว่ามันไม่ใช่ มันไม่ถูกต้อง ทุกวันนี้โอ้ก็ดูแลตัวเองครับ พี่เอไม่เกี่ยว โอ้จดคิวเอง แต่เรื่องอะไรที่ไม่เข้าใจก็จะถามพี่เอ พี่เอไม่ได้เป็นผู้จัดการ ไม่ได้มีการเซ็นสัญญาใดๆ เลย พี่เค้าเป็นเหมือนญาติคนหนึ่งเท่านั้น

ถ้าเค้าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายยินดีมั้ย

          มาริโอ้ : ผมก็ยินดีครับ มันเสียความรู้สึกอยู่แล้ว แต่ไม่เครียดอะไรอยู่แล้วครับ เราทำงานกับพี่คนหนึ่งเหมือนเป็นครอบครัว พอเรามารู้ว่าวันหนึ่งเค้าไม่เคยให้ใจเรามาเลย ผมทำงานกับใครก็ให้ใจเต็มร้อยตลอด ผมไม่ใช่คนโกหกใคร แต่เค้าไม่เคยให้ใจผมเลย เราก็ควรจะหยุดดีกว่าครับ เรื่องเงิน เรื่องสัญญามันเรื่องเล็ก แต่สิ่งที่เสียไปคือใจเราครับ ผมเป็นคนไทยผมต้องจ่ายภาษีอยู่แล้ว ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ ผมมีผู้จัดการเค้าก็ควรจัดการดูแลทุกอย่าง แต่ถ้าถึงจุดผมต้องเสียก็เสียครับ ผมยินดีอยู่แล้วไม่หลบแน่นอนครับ

หมอกฤษณ์คอนเฟิร์มว่าเดือนมีนาคมปีหน้าดวงจะดีขึ้น

          มาริโอ้ : ดีครับ เป็นกำลังใจครับ

ล่าสุดกุ๊บกิ๊บมีภาพเดินกับผู้ชายที่ไม่ใช่มาริโอ้

          มาริโอ้ : อ๋อ ผมยังไม่เห็นภาพนะ แต่คิดว่าคงเป็นรุ่นน้องเค้าแหล่ะครับ คงไม่มีอะไรหรอก ไม่ซีเรียสครับ

มนตราแห่งรัก

Saturday, December 13th, 2008

มนตราแห่งรัก



บทประพันธ์ : ไอริน
บทโทรทัศน์ : กฤติญา สัมฤทธิ์ประสงค์, เบญจวรรณ โอฬารนิธิกุล
กำกับการแสดง : ตรัยยุทธ กิ่งภากร (โต้ง)
แนวละคร : โรแมนติกคอมเมดี้
เวลาออกอากาศ : ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี เริ่มตอนแรก วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมนี้


          …เส้นทางแห่งความรักมันช่างยากลำบาก เต็มไปด้วยอุปสรรค และบททดสอบ ที่โหดร้ายเสมอ แต่ด้วยมนตราแห่งรักแท้ ย่อมทำให้ใครก็ตามที่มีความเชื่อ และมีหัวใจรักที่มั่นคงมากพอ ฟันฝ่า ทุกด่านไปได้ด้วยดีดั่งเช่นศรัทธาแห่งรักแท้ของชาคริต นักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอมที่ลงทุนปลอมตัว เป็นพนักงานส่งเอกสาร เพื่อพิสูจน์หัวใจรักของม่านไหม สาวสวยที่เป็นรักแรกพบของเขา….

          ชาคริต (สเตฟาน-สันติ วีรบุญชัย) ชายหนุ่มฐานะดีเจ้าของบริษัทบ้านแก้ว สวนขวัญ บุตรชายของ ชีพ (ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว) และกมลา (ฮันนี่-ภัสสร บุญยเกียรติ) พ่อแม่ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพล สำคัญ ในการปลุกฝังความเชื่อในรักแท้ ที่งดงาม ให้ลูกชาย ในอดีตชีพเคยเป็นแค่นักร้องเพลงลูกกรุง ในภัตตาคารของกมลา

          แต่ด้วยความมุ่งมั่นใช้รักแท้พิสูจน์หัวใจให้พ่อของคนรักเห็น จึงยินยอมยกลูกสาว และภัตตาคาร ให้ชีพดูแล โดยทั้งคู่มีลูกด้วยกันสองคนคือ ชลทิชา (ทีเซีย เดนิส) และชาคริต ชลทิชา พี่สาวของชาคริตได้แต่งงานกับ อำพล (บลู-กฤษณ์ ไตรรัตน์) ทนายความเพื่อนรัก ของชาคริต และช่วยกันดูแลกิจการภัตตาคารจนรุ่งเรือง ส่วนชาคริตก็แยกตัวไปทำธุรกิจ ด้านตกแต่งภายในจน ประสบความสำเร็จกลายเป็นหนุ่มนักธุรกิจชื่อดังในสังคม เป็นที่หมายปอง จ้องจับของบรรดาสาวๆ ในแวดวงไฮโซ แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ปักใจกับสาวคนใด จนวันหนึ่ง พรหมลิขิตชักพาให้เขา ได้มาพบกับ ม่านไหม (จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา) ทำให้เขาตกหลุมรักเธอในทันที

          แต่ชาคริตต้องตกใจเมื่อบังเอิญไปได้ยินม่านไหมบอกตัดขาดความรักจาก ป่านคม (เอ-อรุชา โตสวัสดิ์) เพื่อนสนิท ที่มาสารภาพรักและขอม่านไหมแต่งงาน ชาคริตได้ยินเหตุผลของม่านไหม ที่ไม่อาจรับรักป่านคมได้เพราะว่าผู้ชายที่เธอจะแต่งงานด้วยต้องร่ำรวยเท่านั้น ชาคริตเกิดความสงสัย ว่าเหตุใดที่ม่านไหมบุชาเงินมากกว่าความรัก ด้านม่านไหมที่ไม่เคยเชื่อเรื่อง พรหมลิขิต หรือศรัทธาในความรักใดใดเลย เพราะม่านไหมเจอกับสิ่งเลวร้ายในชีวิต และมีปมที่ทำให้เกลียดชัง ผู้ชายมาตั้งแต่เด็กๆ พราะพ่อของเธอเป็นชายหนุ่มรูปงามที่ชอบหลอกลวง ผู้หญิงมีเงิน พอเงินหมดก็เขี่ยทิ้ง แม่ของม่านไหมก็เช่นกัน ซึ่งอดีตเป็น

          ลูกของคุณหญิงเกยูรอยู่ในตระกูลดีมีฐานะร่ำรวย แต่ด้วยความรักที่มีต่อพ่อก็ยอมหนีตามกันไป แต่พอเงินหมดพ่อก็ทิ้งแม่ และไปหลอกผู้หญิงอีกหลายคน แม่ของใบหม่อน (ปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน) พี่สาวต่างมารดาของม่านไหม ก็เป็นอีกคนที่ตกเป็นเหยื่อ ม่านไหมไม่อยากเหมือนแม่ที่ทุ่มเท ความรักทั้งหมดให้กับผู้ชาย แล้วสุดท้ายสิ่งที่ได้รับคือความเจ็บปวดชั่วชีวิต

          หลังจากพ่อ และชู้รักฆ่ากันเองจนเสียชีวิตทั้งคู่ แม่ของม่านไหมก็รับจ้างเย็บผ้าเลี้ยงดูม่านไหม และใบหม่อน จนเติบโต ก่อนจะเสียชีวิตโดยทิ้งให้สองพี่น้องใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้น อยู่ในบ้านสวนเล็กๆ ที่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่แม่ไม่ยอมให้พ่อเอาไปขาย ใบหม่อนมีอาชีพเป็น พยาบาล และส่งน้องเรียนจนจบ ม่านไหมหางานทำเป็นปี แต่ก็ไม่มีบริษัท ไหนรับเข้าทำงาน จนวันหนึ่งเธอได้ไปสมัครงานที่บริษัทของชาคริต และที่นี่ชาคริตได้เจอกับผู้หญิงที่เขา ตกหลุมรักตั้งแต่แรก เห็นอีกครั้ง จนทำให้เขาเชื่อว่า “นี่แหละ..คือพรหมลิขิต”

          ชาคริตตัดสินใจเข้าไปพัวพันกับม่านไหม เพื่อพิสูจน์รักแท้ตามฉบับที่เขาเชื่อถือมาตลอด โดยปลอมตัวเป็น “เหนือ” พนักงานส่งเอกสารที่นำจดหมายเรียกตัวไปสัมภาษณ์งาน ไปให้ม่านไหมที่บ้าน แล้วแกล้งทำเป็นตกงานจนใบหม่อนสงสารอนุญาตให้เขามาอาศัย ในซุ้มกระดังงาภายในสวน แต่ต้องจ่ายค่าเช่าตามความต้องการของม่านไหม

          การปลอมตัวหลอกคนอื่นของเขาได้รับความช่วยเหลือจากหมอวิค (เคลลี่ ธนพัฒน์) เพื่อนซี้ ที่พลอยตกที่นั่งลำบากเพราะถูกใบหม่อนคิดว่าเขาเป็นเกย์ หมอวิคพยายามหาทางปรับความเข้าใจกับใบหม่อนจนเกิดเป็นความรักอย่างไม่รู้ตัว ม่านไหมเข้าทำงานเป็นผู้ช่วยของชาคริต ทำให้ชาคริตต้องวางแผนแปลงโฉมเป็นคนแก่เพื่อ ไม่ให้ม่านไหมจำได้ว่าเขาคือเหนือ และเพื่อพิสูจน์ใจม่านไหมว่ารักคนที่เงินจริงหรือเปล่า แต่ภารกิจในการพิสูจน์รักแท้ ของชาตริต ไม่ค่อยราบรื่นนัก เพราะ มิกิ (เอมมี่-มรกต กิตติสาระ) สาวไฮโซ เจ้าของห้างดังที่หลงรัก ชาคริตเข้ามาแทรกกลางแผนการของชาคริตให้ยุ่งเหยิง หนำซ้ำมิกิ กับม่านไหมยังเป็น ลูกพี่ลูกน้องคู่แค้นคู่อาฆาตกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม

          ย้อนกลับไป มิกิเป็น หลานของคุณหญิง เกยูรยายของม่านไหม มีน้องสาวอีกคนคือ กีกี้ (ริช่า-ปาริชาต แก้วกำพล) ทั้งสองถูกยาย และแม่ปลูกฝังความเกลียดชังต่อครอบครัว ของม่านไหม มาตลอด โดยเฉพาะตอนที่ม่านไหมได้ทุนมาเรียนโรงเรียนเดียว กับมิกิ ความสวย และความเก่ง ของม่านไหมไปบดบังดาวเด่นโรงเรียนอย่างมิกิ ทำให้มิกิกลั่นแกล้งม่านไหมตลอดมา แต่ก็ได้กีกี้ที่ไม่ชอบนิสัยของพี่สาว คอยช่วยม่านไหม ต่อมาพ่อแม่ของมิกิเกิดอุบัติเหตุ เครื่องบิน ตกเสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้คุณหญิงเกยูรเศร้าโศกจนล้มป่วย และเกิดอยากยกโทษ ให้แม่กับม่านไหม โดยแบ่งสมบัติส่วนหนึ่งให้ม่านไหม และอยากให้ม่านไหมย้ายกลับมาอยู่ในตระกูล แต่ม่านไหมไม่ยินยอม ด้านมิกิกลัว

          ว่ายายจะยกทุกอย่างให้ม่านไหม เลยเกิดบันดาลโทสะพลั้งมือฆ่าคุณหญิงเกยูรตาย แล้วเผาพินัยกรรม ติดสินบนทนาย แล้วฮุบห้าง และมรดกทั้งหมดไว้โดยที่ไม่รู้ว่ากีกี้น้องสาว เห็นเหตุการณ์ ทั้งหมด แต่ด้วยความรัก และความกลัวที่มีต่อพี่สาวคนเดียว กีกี้จึงเก็บงำความลับไว้โดยที่ไม่คาดคิดว่าความรักแบบผิดๆ จะยิ่งทำให้พี่สาวทำสิ่งที่ร้ายกาจ ต่อคนอื่นอย่างไม่จบไม่สิ้น การปลอมตัวของชาคริตรอดจากการจับได้อย่างหวุดหวิด เพราะได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จาก สมศรี (หล้า-ณัฎฐกันย์ ทตุยาจารุวิชญ์) เลขาทอมบอย และนายเหนือ พนักงานส่งเอกสารผู้สุภาพ และอ่อนโยน ความใกล้ชิดในระหว่างร่วมภารกิจ จอมปลอมทำให้ทั้งคู่เกิดความรู้สึกดีดีต่อกันในเวลาต่อมา

          ชาคริตเริ่มสืบรู้ความจริงที่ม่านไหมเกลียดชังผู้ชาย ชาคริตจึงพยายามใช้ความรักทำให้ม่าน ไหมเปลี่ยนแปลงจิตใจ โดยอาศัยคราบของชาคริตซึ่งใช้ความเป็นผู้ใหญ่น่าเชื่อถือ ซึ่งก็ได้ผล ม่านไหมเริ่มรุ้สึกอ่อนไหว และอบอุ่นหัวใจในยามที่ได้ใกล้ชิดกับเจ้านาย จนยินดีรับหมั้น แต่ชาคริตก็ยังคลางแคลงใจว่าที่ม่านไหมรับหมั้นอาจเป็นเพราะความร่ำรวยของเขามากกว่า

          การปลอมตัวเป็นคนแก่เพื่อพิสูจน์รักแท้ของชาคริต โดนพ่อกับแม่ และพี่สาวจับได้ ด้วยความห่วงใยลูกชาย คุณกมลาจึงปลอมตัวเป็นป้าขอทานไปลองใจม่านไหม จนพิสูจน์ได้ว่าม่านไหมเป็นหญิงสาวที่มีจิตใจดี

          มิกิโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อรู้ว่าชาคริตหลงรักม่านไหม และไม่เคยรักเธอเลย มิกิเลยพาคนไปทำร้าย ม่านไหม กับใบหม่อน แต่ป่านคมมาช่วยไว้ทันจนตัวเขาเองบาดเจ็บสาหัส ส่วนใบหม่อน ที่กำลังจะโดนคนร้ายขมขื่น กีกี้ก็เข้ามาขัดขวาง และเผลอเปิดโปงความชั่วร้ายของพี่สาวจนหมด จนทำให้มิกิเกิดคลุ้มคลั่งคิดฆ่าน้องสาวตัวเองปิดปาก แต่โชคดีที่ชาคริตในคราบของเหนือตามมาช่วยได้ทันเวลา และไล่มิกิกลับไป ซึ่งตอนที่มิกิเรียก ชื่อชาคริต ทุกคนก็สลบไปหมดแล้ว ชาคริตขอร้องให้กีกี้ช่วยปิดเรื่องที่ตนปลอมตัวเป็นความลับ

          ด้านม่านไหมยอมไม่เอาโทษมิกิตามที่กีกี้ขอร้อง แต่กีกี้ก็ไม่สามารถกลับไปอยู่กับมิกิได้ จึงมาอาศัยอยู่กับม่านไหมที่บ้านสวน แต่ป่านคมก็ตามมาป้วนเปี้ยนคอยหาเรื่องกีกี้ตลอดเวลา เพราะไม่คิดว่ากีกี้จะดีไปกว่าพี่สาว แต่หลังจากที่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน ป่านคมก็เห็นด้านความรัก อันบริสุทธิ์ที่กีกี้มีให้กับพี่สาวเพียงคนเดียว จนเกิดเป็นความเห็นใจ และกลายเป็นความรักในที่สุด ด้านหมอวิคก็พยายามใกล้ชิดกับใบหม่อน เพื่อกลบข่าวเกย์ที่แพร่กระจายไปทั่วโรงพยาบาล เร็วยิ่งกว่าเชื้อไวรัส ส่วนใบหม่อนก็พยายามหลบหน้าหมอวิคเพราะกลัวใจ ตนเองที่แอบหลงรัก เขามาตั้งนาน แต่ยิ่งใบหม่อนหนีหมอวิคเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้หมอ วิคเกิดความรักกับใบ หม่อนขึ้นมาจริงๆ จนสารภาพรักด้วย แต่ใบหม่อนกลับปฏิเสธ เพราะความที่กลัวความ โหดร้ายของผู้ร้ายจับใจ หมอวิคผิดหวังในความรักจนคิด จะไปเรียนต่อต่างประเทศที่ไกลๆ

          ส่วนม่านไหมก็ได้เห็นความรักของปูดำเพื่อนพนักงานในบริษัท ที่ฉาดฉานแฟนของหล่อนหนีหาย ไปเพราะเป็นโรคมะเร็งขั้นสุดท้าย แต่ปูดำก็ชวนม่านไหมออกตามหาจนเจอฉาดฉาน และอยู่ดูแลจนฉาดฉานสิ้นใจ จึงเป็นครั้งแรกที่ม่านไหมได้เรียนรู้ และเห็นว่ารักแท้นั้นก็ยังมีอยู่ใน โลกนี้จริงๆ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอได้ค้นพบรักแท้ของตัวเอง ม่านไหมตัดสินไปบอกถอนหมั้น ชาคริต และกลับไปเอ่ยคำรักกับเหนือ คนที่เธอรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้งมากกว่าเงิน ชาคริตรุ้สึกดีใจมากที่ม่านไหมไม่เลือกเงิน

          แต่เขาก็กลัวว่าความลับที่เขาหลอกม่านไหมไว้นั้นจะมากมายจนเธออาจไม่มีวันให้อภัยเขา แล้วมิกิก็เป็นคนวางแผนเปิดโปง ความลับนี้ ม่านไหมรู้ความจริงแล้วโกรธแค้นชาคริตมาก จนประกาศไม่ยอมอภัยให้ ด้านมิกิก็กลับมาหาชาคริตในยามที่เขาเสียใจสุดๆ มิกิแสร้งทำเป็นกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีต่อหน้าชาคริต แถมยังรับกีกี้กลับบ้าน แต่ขณะเดียว กันก็วางแผนร้ายกับพิชิตคนสนิททำให้บริษัท ชาคริตล้มละลายเพื่อแก้แค้น ที่ชาคริตไม่เคยมีความรักในตัวเธอ เมื่อคุณกมลาแม่ของชาคริตไป หาม่านไหม และพาม่านไหมมาเห็นสภาพของชาคริต ม่านไหมเห็นสภาพของชาคริตแล้วสงสาร จึงหันกลับมาคอยเป็นกำลังใจให้ชาคริต มิกิเห็นความรักของทั้งคู่ถึงกับแค้นขั้นบุกไปฆ่าม่านไหม แต่ชาคริตเอาตัวเข้าบัง ส่วนม่านไหมก็ยอมแลกชีวิตตัวเองกับชาคริตจนโดนยิงบาดเจ็บสาหัส

          ม่านไหมต่อสู้กับมัจจุราชเพื่อจะได้มีโอกาสเจอกับคนรักอีกสักครั้ง และครั้งนี้เธอสัญญากับตัวเอง ว่าจะเชื่อ และรักษาความรักไว้อย่างดีที่สุด แต่ความรักย่อมมีอุปสรรคขวางกั้น และครั้งนี้น่า จะเป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ต้องรอให้มัจจุราชเป็นผู้ตัดสินว่าเธอมีโอกาสมีชีวิตต่อ ไปเพื่อรักษา ความรักแท้ครั้งแรก ที่เธอเพิ่งเจอะเจอได้หรือไม่…ต้องติดตามนะคะ.. อ๋อแล้วท้ายสุด ความรักระหว่างหมอวิคกับใบหม่อน และกีกี้กับป่านคม แล้วสุดท้ายมิกิสาวไฮโซ ที่เอาแต่ใจคอย ทำลายความรัก ของคนอื่นจะลงเอยอย่างไร..อันนี้ก็ต้องติดตามกันนะคะ…..

คุณแม่จำแลง

Friday, December 12th, 2008

บทประพันธ์ : สีชาติ
ผู้กำกับ : รัญญา ศิยานนท์
ดำเนินงานโดย : ค่าย ชลลัมพี
เวลาออกอากาศ : เวลา 20.30 น. ทุกวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทางไทยทีวีสีช่อง 3
แนวละคร : โรแมนติกคอมมาดี้สอดแทรกกลิ่นอายดราม่า

เมื่อ ธันวา แยกทางกับ แอนนา หรือ เอมิกา หลังจากลูกชายลืมตาดูโลกได้ไม่นานด้วยเหตุผลที่ว่าทัศนคติไม่ตรงกัน ธันวาจึงตัดสินใจเดินทางกลับเมืองไทย ในขณะที่แอนนาเลือกใช้ชีวิตนักแสดงละครบรอดเวย์อยู่ที่นิวยอร์คต่อไป เกือบ 8 ปีเต็ม ธันวา เลี้ยงดูลูกชายตัวน้อยด้วยหนังสือคู่มือเลี้ยงเด็ก พร้อมทั้งทำธุรกิจเปิดร้านพิซซ่าเล็กๆ

ปอโต้ เติบโตมาท่ามกลางความรักความเอาใจใส่ของพ่อ และลูกจ้างในร้านที่คอยเอาอกเอาใจอย่าง โก๋เทียม และ แม๊กกี้ ทำให้ปอโต้นั้นค่อนข้างซุกซน เอาแต่ใจ และไม่ค่อยยอมคน แต่ปอโต้ก็ยังบ่นถึงแม่เป็นประจำ ดังนั้นในวันเกิดของลูกชายทุกๆปีธันวาจะเลียนเสียงเป็นภรรยาโทรทางไกลมาอวยพร พร้อมกับส่งของขวัญมาให้ เพื่อที่ปอโต้จะได้รู้สึกว่ามารดายังห่วงใยเขาอยู่เสมอ และทุกครั้งที่ลูกชายเขียนการ์ดขอบคุณตอบกลับไปหาผู้เป็นแม่ ธันวาก็จะอาสาเก็บจดหมายและข้อความต่างๆ เหล่านั้นไปอ่านเองด้วยความปลื้มใจ จนวันหนึ่งความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกต้องเจอปัญหา เมื่อธันวาได้พบกับ รัญนรี แดนซ์เซอร์สาวซึ่งแวะเวียนมาที่ร้านจนเกิดความสนิทสนม

ล่าสุดธันวาได้รับจดหมายเชิญพบจาก สมสิริ ครูผู้ปกครองว่าปอโต้ไปก่อเหตุวิวาท ด้วยสาเหตุที่ถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนเรื่องแม่ทำให้เขานึกโมโหแทนลูกชาย และเพราะความเข้าใจผิดคิดว่า น้ำฟ้า เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ซึ่งปอโต้แอบชอบอยู่คือคู่กรณี ธันวาจึงเข้าไปต่อว่า ชัชชา ผู้เป็นแม่ของน้ำฟ้าโดยไม่ยอมฟังเสียงห้ามของลูกชาย แถมมารู้ภายหลังว่าชัชชาคือเจ้าของบริษัทที่ตนจะต้องไปเจรจาเรื่องธุรกิจด้วย

ชัชชาประสบความสำเร็จในฐานะเป็นนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ แต่ชีวิตครอบครัวนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เมื่อ เขตอรัญ ผู้เป็นสามีชอบเล่นการพนัน ทำธุรกิจอะไรก็ล้มเหลวไปหมด คอยแต่รีดไถและใช้กำลัง จนเธอต้องตัดสินใจทำเรื่องยื่นฟ้องขอหย่าขาดกับสามี ความที่เป็นคนจริงจังกับชีวิตทำให้ชัชชากลายเป็นคนเคร่งเครียด ระเบียบจัด เมื่อต้องมาเจอกับคนยียวนกวนประสาทอย่างธันวา ทำให้เธอไม่อยากร่วมงานด้วย เลยแกล้งบอกปัดแผนงานที่เขานำมาเสนอให้กลับไปแก้ไขใหม่

ธันวาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะให้ลูกชายหายโกรธ เหตุการณ์ต่างๆ ทำให้ปอโต้ต้องการเจอแม่ ธันวาจำเป็นต้องติดต่อภรรยาเก่าเพื่อให้มาหาลูกชายในวันเกิด แต่เอมิกากลับปฏิเสธเพราะกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวเช้าพิธีแต่งงานครั้งที่สาม ธันวาจึงคิดหาทางที่จะให้ปอโต้ ได้เจอแม่ให้ได้ในวันเกิด โดยการยุ พิษณุ เพื่อนสนิทสมัยอยู่ที่นิวยอร์คซึ่งปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับละครเวทีหาทางจัดการปลอมตัวธันวา ให้เหมือนแอนนาผู้เป็นแม่ ปอโต้ไม่เคยเห็นหน้ามารดามาก่อน รู้แต่เพียงว่าเป็นนักแสดงละครบรอดเวย์อยู่เมืองนอก เมื่อพบบิดาปลอมตัวมาก็คิดว่าเป็นแม่จริงๆ ถึงแม้ว่าหน้าตารูปร่าง รวมทั้งบุคลิกที่เปรี้ยวจี๊ดนั้นตรงข้ามกับจินตนาการไปมากก็ตาม แต่ก็ทำให้ปอโต้มีความสุขมาก

ในวันรุ่งขึ้นธันวายังคงต้องจำใจปลอมเป็นแอนนาเหมือนเดิม เพราะปอโต้ต้องการให้แม่ไปร่วมงานวันแม่ซึ่งทางโรงเรียนจัดขึ้น ทำให้ธันวาต้องวุ่ยวายกับเรื่องปลอมตัว และยังเรื่องงานของตัวเองที่ต้องนำไปเสนอชัชชาด้วย

ในงานวันแม่ ธันวาปรากฏตัวในฐานะผู้เป็นแม่แต่งตัวเป็นหญิง ครั้งแรกรู้สึกเขินและอายแต่ไม่มีใครจับได้จึงมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อโจรวิ่งราวกระเป๋า เขาไม่ทันระวังตัวด้วยสัญชาตญาณความเป็นผู้ชาย จึงเข้าทำร้ายโจรจนสลบด้วยมือเปล่า ทำให้หลายๆ คนประทับใจ รวมทั้ง ชนะชล ครูสอนวิชาพละไปเสียแล้ว งานวันแม่ดำเนินไปอย่างซาบซึ้งจนธันวาอดน้ำตาร่วงไม่ได้ เมื่อลูกชายคลานเข้ามากราบเท้าและมอบพวงมาลัยให้ ยิ่งไปกว่านั้นบทความ คุณแม่ของผมสวยที่สุดในโลก ของปอโต้ยังชนะใจกรรมการจนได้รับรางวัลชนะเลิศ ทำเอาธันวาถึงกับกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจจนเกือบหลุดอาการให้ทุกคนจับได้

ธันวาอยากจะตีสนิทกับชัชชาเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ จึงคิดจัดงานฉลองรางวัลให้ลูกชายเป็นการบังหน้าโดยมีพิษณุมาช่วยจัดการให้ เขาชวนเพื่อนๆของปอโต้และครอบครัวให้มาร่วมงาน ชัชชาซึ่งเพิ่งเคยมาที่ร้านเป็นครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจในรสชาติและบรรยากาศ จนหญิงสาวเริ่มมองเห็นช่องทางที่จะทำกำไรในธุรกิจนี้ได้ ในขณะที่ปอโต้ซึ่งตั้งใจจะให้พ่อแม่ได้พบหน้ากันกลับไม่รู้สึกสนุกเท่าไหร่ เมื่อ รัญนรี บุกเข้ามาหาธันวาแต่กลับเจอธันวาในคราบของแอนนาแล้วคิดว่าแอนนาจะย้อนกลับมาคืนดีกับธันวา รัญนรีจึงหาเรื่องแสดงความเป็นเจ้าของธันวาเต็มที่ จนปอโต้ไม่พอใจ แอบรวมหัวกับบุ้งกี๋และเพื่อนๆ โดยมีโก้เทียม และแม๊กกี้เป็นผู้สนับสนุนก่อกวนแกล้งจนรัญนรีเสียหลักหน้าทิ่มใส่สลัดบาร์ แล้วเผ่นหนีออกจากงานไปด้วยความอับอาย

ชัชชารู้สึกถูกชะตากับแอนนาเหมือนเพื่อนร่วมชมรมคนอื่นๆ ทำให้ธันวา(แอนนา)ได้โอกาสพยายามเชียร์โครงการของตัวเองให้หญิงสาวสนใจ ยิ่งทำให้ชัชชานับถือน้ำใจของแอนนา ซึ่งถึงแม้จะลาร้างกับคนไม่เอาไหนอย่างธันวาแต่ก็ยังห่วงใยความเป็นไปของอดีตสามีอยู่เสมอ ชัชชาจึงคิดหยิบเรื่องโครงการร้านพิซซ่ามาทบทวนใหม่ และสั่งการให้เลขานัดธันวาเพื่อเข้ามาปรึกษาเรื่องธุรกิจต่อไป

ในโอกาสครบรอบ 40 ปีของโรงเรียนทางชมรมผู้ปกครองจึงคิดจัดงานใหญ่ ศศิวิภา ซึ่งเป็นประธานชมรมผู้ปกครองตั้งใจจะโชว์ร้องเพลงประกอบจินตลีลา แต่กลับถูก จอมขวัญ อดีตเพื่อนเก่าหักหน้าไม่ยอมรับเอาดื้อๆ แถมยังเสนอให้ธันวาเต้นละครบรอดเวย์โชว์แทน ทำเอาธันวาซึ่งฟังอยู่อย่างงงๆ ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เมื่อมติออกมาอย่างเป็นเอกฉันท์ ให้เลือกการแสดงบรอดเวย์โชว์ในงานปีนี้

ธันวาต้องเลิกทำตัวโวยวายและพยายามปรับตัวให้เข้ากลุ่มกับบรรดาคุณแม่ๆ ทั้งหลายตามคำแนะนำของพิษณุ อย่างน้อยก็เพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลจากสาวใหญ่เหล่านั้นมาเป็นประโยชน์ในการเลี้ยงดูลูกชาย และก็จะได้เรียนรู้ชัชชาว่าเป็นคนอย่างไรเพื่อที่จะได้สร้างความสัมพันธ์อันดีปูทางไว้สำหรับอนาคตธุรกิจพิซซ่าของตน แม้ว่าจะรู้สึกทุเรศตัวเองที่ต้องตามบรรดาสาวๆ ไปสระว่ายน้ำหรือเข้าฟิตเนส แต่ก็เป็นผลดีเมื่อได้พบว่าชัชชาให้ความไว้วางใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ

ธันวาพบว่าภายในชมรมแห่งนี้เหมือนที่ซึ่งจัดเอาไว้ให้เหล่าบรรดาแม่บ้านทั้งหลายได้ระบายออก เอาเรื่องในครอบครัวมาเล่าสู่กันฟัง ทั้งเรื่องของสามี รวมไปถึงแม่ผัวของบรรดาลูกสะใภ้ทั้งหลายถูกนำมาตีแผ่กันอย่างสนุกสนาน เขาในฐานะผู้ชายและถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงดูลูกตามตำราคนหนึ่งจึงช่วยออกความเห็น และหลายความเห็นรวมทั้งกลเม็ดเคล็ดลับก็ดันไปโดนใจเหล่าบรรดาคุณแม่ๆ

ธันวาต้องปวดหัวหนักเมื่อใครๆ ต่างก็คิดว่าเขาเป็นนักแสดงบรอดเวย์จริงๆ จึงมอบหมายให้เป็นเทรนเนอร์ฝึกสอนการแสดงบรรดาคุณแม่ที่เสนอตัวมาเต้นโชว์ เขาจึงวานให้พิษณุมาช่วยอีกแรง ในวันคัดเลือกนอกจากบรรดาคุณแม่บ้านทั้งหลายต่างงัดไม้เด็ดทั้งร้องทั้งเต้นออกมาเรียกร้องความสนใจจากกรรมการ บรรดาลูกๆ และเหล่าสามีมาเชียร์กันราวกับเป็นงานคอนเสิร์ต

รัญนรี พยายามมายั่วยวนและสนิทสนมกับธันวา ทำให้ปอโต้ไม่พอใจจึงหนีออกจากบ้านเพื่อตามหาแม่จนเปียกฝนไม่สบาย น้ำฟ้า ซึ่งเป็นลูกของชัชชามาช่วยไว้ และพาไปอยู่ด้วยกัน และดูแลเป็นอย่างดี ชัชชาติดต่อให้ธันวามารับลูกและเตือนให้เอาใจใส่ลูกชายมากกว่านี้ ก่อนกลับธันวาได้เจอกับเขตอรัญ สามีเก่าของชัชชา ที่ตั้งใจจะมาหาเรื่องเรื่องหย่า

ธันวารู้ความจริงว่าชัชชากับ ปาริน ซึ่งเป็นทนายคนสนิทที่แอบชอบชัชชา ไม่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างที่คิด แต่พอได้มารับรู้ปัญหาครอบครัวของชัชชาก็ทำให้รู้สึกเห็นใจหญิงสาวขึ้นโดยไม่รู้ตัว ธันวาก็เริ่มมองชัชชาในมุมมองที่เปลี่ยนไปไม่ใช่นักธุรกิจเลือดเย็นคนเก่าอีก

การฝึกซ้อมเต้นบรอดเวย์ดำเนินไปอย่างเร่งรีบเมื่อกำหนดการแสดงใกล้เข้ามาทุกขณะ ธันวาเริ่มรู้ตัวว่าถูก ศศิวิภา จับตามองจึงเฝ้าระวังตัวเป็นพิเศษ แต่ยิ่งระวังก็เผลอหลุดความเป็นผู้ชายออกมาอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะน้ำเสียง ท่าทาง หรือบางครั้งรีบร้อนไปจนลืมโกนหนวดเอาเสียเฉยๆ แถมยังต้องคอยระวังชนะชลซึ่งตามตื๊อตนอย่างเปิดเผย

แผนงานขยายธุรกิจของธันวาทำให้ชัชชารู้สึกพอใจและยอมเซ็นสัญญาร่วมมือด้วย ชายหนุ่มถือโอกาสชวนหญิงสาวไปเลี้ยงฉลอง แต่ชัชชากลับปฏิเสธโดยเลือกที่จะนัดหมายกับปารินแทน ทำให้ธันวารู้สึกผิดหวังขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาจึงปลอมตัวเป็นแอนนาไปขัดจังหวะในขณะที่ปารินพยายามจะขอชัชชาแต่งงานโดยบอกว่าต้องรอศาลตัดสินให้เธอหย่าขาดจากเขตอรัญสำเร็จก่อน

เขตอรัญเห็นธุรกิจพิซซ่าที่ชัชชาร่วมทุนประสบความสำเร็จ จึงพยายามทำดีกับชัชชาเพื่อหวังเงินก้อนใหญ่เพื่อไปลงทุนกับ เกรียงชัย สามีจอมโอ่ของศศิวิภา ธันวาสงสัยว่าเขตอรัญไม่บริสุทธิ์ใจในการกลับมาขอคืนดีกับชัชชา จึงชักชวนพิษณุปลอมตัวสะกดรอยตามเขตอรัญจนล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังถูกเจ้าหนี้พนันตามทวงหนี้ ธันวาจึงคิดช่วยชัชชาแก้เผ็ดเขตอรัญจึงปลอมตัวเป็นแอนนานัดหมายเกรียงชัยออกมาพบเพื่อเตือนเรื่องเขตอรัญก่อนที่จะถูกโกง จนทำให้เกรียงชัยหูตาสว่าง แต่ศศิวิภาซึ่งกำลังสงสัยพฤติกรรมของสามีว่ากำลังจะปันใจไปมีเมียน้อยแอบสะกดรอยตามมาเห็น จึงเกิดความเข้าใจผิดว่าผู้หญิงที่สามีคบหาอยู่เป็นแอนนาจึงเกิดความไม่พอใจ

เขตอรัญถูกเจ้าหนี้ส่งลูกน้องมารุมซ้อมทวงเงิน จนในที่สุดเขตอรัญต้องตัดสินใจจับตัวลูกสาวมาเรียกค่าไถ่ เขาจึงสร้างสถานการณ์ลวงน้ำฟ้าออกมาจากโรงเรียน แล้วจ้างนักเลงปลายแถวมาสวมรอยเป็นโจรดักซุ่มเล่นงานตนและลักพาตัวน้ำฟ้าไปอีกที โดยมีปอโต้แอบอยู่หลังรถตามไปด้วยที่โกดังร้าง และหลบหนีไปเพื่อตามพ่อมาช่วยน้ำฟ้า

ชัชชาเป็นห่วงลูกมาก จึงให้ปารินช่วยเรื่องเงิน 10 ล้านบาทเพื่อไถ่ตัวลูกสาว ธันวาได้รู้ข่าวจากลูกชายจึงตามมาช่วยอีกแรงจนถูกทำร้ายบาดเจ็บ ในขณะที่เขตอรัญรอดไปได้โดยไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่เบื้องหลังแต่เขากลับหนีความจริงไม่พ้นเมื่อนักเลงที่ว่าจ้างมานั้นถูกจับได้และยอมเปิดปากสารภาพ ทำให้เขตอรัญถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดี อีกทั้งศาลได้ตัดสินพิจารณาให้ชัชชาหย่าขาดจากเขตอรัญและมีอำนาจดูแลน้ำฟ้าแต่เพียงผู้เดียว ชัชชารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณครอบครัวธันวาเหลือเกิน เธอได้แต่เฝ้าดูอาการของเขาด้วยความเป็นห่วง

ในที่สุดงานวันเกิดโรงเรียนก็มาถึงการแสดงร้องเพลงประสานเสียงของเด็กๆ เรียกเสียงปรบมือได้อย่างท่วมท้น ธันวาต้องขึ้นเวทีทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่าเขายังเจ็บแผลอยู่ การแสดงได้รับเสียงฮือฮาและชื่นชมไม่น้อย แต่ในขณะที่การแสดงดำเนินไปอย่างสนุกสนานนั้นเอง ศศิวิภาซึ่งแค้นใจคิดว่าแอนนามีความสัมพันธ์กับสามีจงใจนอกบทกระชากผมธันวาจนหลุดทำให้ทุกคนตกใจเมื่อรู้ความจริงว่าแอนนาที่ทุกคนชื่นชมนั้นคือธันวานั่นเอง

ปอโต้หน้าเสียเมื่อถูกเพื่อนๆ หัวเราะเยาะว่าพ่อเป็นพวกผิดเพศ ธันวาได้แต่อธิบายให้ลูกชายและทุกคนเข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นเพราะความรักบริสุทธิ์ที่มีต่อลูกจริงๆ ไม่ได้มีจุดประสงค์ร้ายอย่างที่เข้าใจ และด้วยความดีที่เขาทำมา อีกทั้งคำปรึกษาซึ่งทำให้ชีวิตครอบครัวของใครหลายคนในชมรมแห่งนี้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นใหม่อีกครั้ง ทำให้จอมขวัญและเหล่าคุณแม่คนอื่นๆ พลอยซาบซึ้งในความรักที่เขามีต่อลูกชายด้วยใจจริง จนศศิวิภารู้สึกเสียหน้าและยิ่งเสียหน้าหนักขึ้นไปอีกเมื่อจอมขวัญเอาเรื่องที่สามีไปเห็นเกรียงชัยซื้อบ้านให้รัญนรีอยู่มาแฉกลางงาน ในขณะที่ครูชนะชลถึงกับเสียใจเมื่อความรักของเขาต้องพังลง ชัชชาเสียความรู้สึกที่มีต่อธันวา เธอตัดสินใจรับปากแต่งงานกับปารินเพื่อประชดธันวา

ระหว่างที่เหตุการณ์ทุกอย่างกำลังตึงเครียด เอมิกาได้เดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อมาเยี่ยมปอโต้พร้อมกับ เดวิด สามีใหม่ และได้รับรู้ปัญหาที่เกิดขั้นทั้งหมดจากปากของอดีตสามี จึงช่วยกล่อมลูกชายให้เริ่มมองและเข้าใจความหวังดีของบิดามากกว่าที่เป็นอยู่ ปอโต้แอบเข้าไปอ่านจดหมายและข้อความทุกอย่างที่ตนส่งให้มารดาตลอดเวลาที่ผ่านมาภายในห้องของบิดาก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งในความรักของผู้เป็นพ่อมีต่อตน สุดท้ายจึงยอมพูดดีและเข้าไปขอโทษบิดาสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ธันวาตั้งใจจัดงานเลี้ยงต้อนรับเอมิกา และฉลองที่ลูกชายเข้าใจตน พร้อมกับถือโอกาสแสดงความบริสุทธิ์ใจชักชวนปารินกับชัชชามาร่วมงาน ในขณะที่งานเลี้ยงจบลงแต่ทั้งธันวาและชัชชาต่างรู้สึกเศร้าใจเหลือเกิน ปอโต้เห็นบิดาซึมก็ดูออกว่าเรื่องอะไรจึงออกปากเปิดใจยอมรับชัชชา ทำให้ธันวาคิดที่จะสู้เพื่อหัวใจตัวเองอีกสักครั้ง

ปารินรู้ดีว่าชัชชารักธันวา จึงได้แต่ทำใจให้ยอมรับและร่วมมือกับพิษณุเพื่อช่วยให้ธันวาและชัชชาได้ปรับความเข้าใจกันอีกสักครั้ง ปารินพยายามย้ำเรื่องแต่งงานกับชัชชาและชักชวนหญิงสาวให้ไปดูการแสดงละครเวทีที่พิษณุกำกับด้วยกัน ระหว่างที่ชมการแสดงละครเวทีอย่างสนุกสนานนั้นเอง ในช่วงก่อนที่ม่านจะปิดลง เธอได้เห็นธันวาในคราบของแอนนาอีกครั้ง มีจอมขวัญ และแจ่มจันทร์ซึ่งขึ้นมาแสดงแทนตน รวมทั้งศศิวิภาซึ่งสำนึกผิด และยอมคืนดีกับจอมขวัญเมื่ออีกฝ่ายช่วยเธอเล่นงานรัญนรี จนเลิกรากับสามีของตนไปได้ ชัชชารู้สึกดีใจระคนกับความสับสน เมื่อธันวาประกาศขอความรักเธอต่อหน้าทุกคน และครั้งนี้ชัชชาก็ไม่ยอมเดินหนีอีกต่อไป เธอเลือกที่จะเดินขึ้นไปบนเวทีและยอมรับความรักของเขาท่ามกลางความยินดีของทุกคน